"http://comment-thai.com/pimp_glitter_15748.html"

“ เมื่อไหร่ …หนูจะได้กลับบ้าน ”

ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

Teachings of Buddha Product by manoon Chongwattananukul

Bookmark and Share
Bookmark and Share

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

"กระชาย-ตะไคร้-อัญชัน" บำรุงไต สายตา แก้เพลีย

Pic_55365

ตะไคร้-กระชาย-อัญชัน

สูตร ดังกล่าวมีวิธีทำง่ายๆ คือ เอากระชายสด 50 กรัม ตะไคร้สด 50 กรัม และดอกอัญชันสด 30 กรัม ต้มกับน้ำ กะโดยสายตาจนเดือดแล้วดื่มขณะอุ่นทุกวัน วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว หรือดื่มแทนน้ำ

ต้มดื่มติดต่อกัน 3-6 เดือน จะช่วยบำรุงไตสำหรับไตปกติให้แข็งแรง ไม่ใช่ดื่มเพื่อรักษาโรคไต บำรุงสายตาแก้ตาแห้ง บำรุงกำลังและแก้อาการอ่อนเพลีย ร่างกายกระชุ่มกระชวยดีมาก

กระชาย หรือ BOESENBERGIA ROTUNDA LINN. อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE  ประโยชน์ เหง้าและรากมีน้ำมันหอมระเหย เช่น CINEOL, BORNEOL, ใช้แต่งกลิ่นอาหารและแก้บิด ตะไคร้ CYMBOPOGON CITRATUS (NEES) STAPF. ชื่อสามัญ LEMON GRASS อยู่ในวงศ์ GRAMINAE ประโยชน์ ทั้งต้นเป็นเครื่องเทศ ทำเครื่องดื่ม เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ สารสำคัญคือน้ำมันหอมระเหยซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสาร CITRAL และ GERANIOL อัญชัน หรือ CLITORIA TERNATEA LINN. ชื่อสามัญ BLUE PEA, BUTTERFLY PEA วงศ์ LEGUMINOSAE ประโยชน์ ดอกใช้แต่งสีขนม ใช้ทดสอบความเป็นกรด-ด่างแทนกระดาษ "ลิตมัส" น้ำคั้นจากดอกทาทำให้ผมขึ้นและคิ้วดก ซึ่งจะได้ผลดีในเด็ก

ครับ หนังสือ "สมุนไพรไม้ประดับหายาก" เล่มที่ 4 ของ "นายเกษตร" สี่สีทั้งเล่ม หนา 256 หน้า มีสูตรยาและไม้ดอกไม้ผลหายากมากกว่า 150 ชนิด พิมพ์จำนวนจำกัด ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อ สั่งจ่าย "คุณนงลักษณ์ ศรี-อัชรานนท์" ตู้ ปณ.48 ปณ. สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับให้ชัดเจน หนังสือถึงมือไม่ช้า หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต, ข่อยสีฟัน เป็นผงไม่มีฟอง รักษาเหงือกทำให้ฟันทนและใส, ครีมทาแก้มสวย ทำจากฟางสวยเป็นธรรมชาติ, ครีมโลดทะนง รักษาสิวฝ้าทำให้หน้าเนียนใสรูขุมขนตีบลง, โทนเนอร์เช็ดหน้า ขจัดสิ่งตกค้างออกจากรูขุมขน, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้หน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง,

ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ครีมนวดผมตะไคร้ ผสมโปรวิตามินบี 5, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, เซรั่มสกัดจากธัญพืช บำรุงผิวหน้าชั้นนอกและชั้นใน โทร.0––2275–2692 ครับ.

"นายเกษตร"

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/55365
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809/wordcamp-bangkok-2009-pool-party

"นางแลวดอกม่วง" อร่อยรากเป็นยา

Pic_54830

นาง แลว เป็นไม้ป่าที่พบขึ้นตามป่าดงดิบ ป่าแล้ง ป่าดิบเขา ทุกภาคของประเทศไทย แต่จะมีมากที่สุดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะขึ้นอยู่ตามริมห้วย ริมลำธาร เป็นกอกว้างจำนวนมาก ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าไปขายในตลาดตัวเมือง นิยมเด็ดเอาเฉพาะดอกนำลงจากเขาไปจำหน่ายให้คนซื้อไปปรุงเป็นอาหาร บางครั้งจะถอนทั้งต้นกลับไปปลูกริมรั้วบ้านเพื่อเก็บดอกกินและขายเป็นรายได้ เสริม ซึ่งนางแลวที่กล่าวถึงเป็นชนิดที่มีดอกสีขาว นิยมเอาดอกลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ หรือปรุงเป็นแกงกับปลาแห้ง แกงผักรวม แกงแครวมกับผักอย่างอื่น รสชาติอร่อยมาก ชาวเหนือนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง

ส่วน "นางแลวดอกม่วง" เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เพิ่งพบมีต้นวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่นานมานี้ โดยขายเป็นกอ 6-7 ต้น กำลังมีดอกตูมสีม่วงยังไม่บานติดมากับต้น ซึ่งผู้ขายบอกว่า เวลาดอกบานจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามน่ารักมากและดูคล้ายดอกบัว จึงถูกเรียกว่า "นางแลวดอกม่วง" สามารถปลูกเป็นไม้ประดับและปลูกเป็นผักริมรั้วเก็บดอกรับประทานได้เช่นเดียว กับนางแลวชนิดที่มีดอกสีขาวทุกอย่าง

นางแลวดอกม่วง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เหมือนกับชนิดดอกสีขาวทุกอย่างคือ ASPIDISTRA  SUTEPENSIS K.LARSEN อยู่ ในวงศ์ LILIACEAE เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ต้นและใบสูงประมาณ 80-100 ซม. แตกต้นเป็นกอขนาดใหญ่และกว้าง ต้นและใบแทงขึ้นจากเหง้าใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปเรียวแหลม ปลายแหลม โคนใบป้านลึก ก้านใบสั้น โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ใบยาวประมาณ 40-45 ซม. กว้าง 4-5 นิ้วฟุต แกนกลางใบค่อนข้างแข็งมองเห็นชัดเจน เวลาแตกกอใหญ่และมีใบดกจะเป็นกอน่าชมมาก

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆจากโคนต้น หรือจากเหง้าใต้ดิน ชูก้านขึ้นเหนือดิน โดยก้านช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 8-10 ซม. ก้านช่อเป็นสีขาว ดอกขณะยังตูมผิวดอกจะเป็นสีม่วงชัดเจน เมื่อบานกลีบดอกจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก ดอกจะมีได้เรื่อยๆ แต่จะมีดอกเยอะในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือหน่อ ปัจจุบัน "นางแลวดอกม่วง" มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 24 แผง "คุณหล้า–คุณแก้ว–คุณนิด" ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบน้ำ เวลามีดอกจะสวยงามมากและเก็บดอกกินเป็นอาหารได้ ส่วน รากรสขมเฝื่อนต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้หรือแก้ไอได้ครับ.

"นายเกษตร"

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/54830
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809/wordcamp-bangkok-2009-pool-party

เทรนด์โซเชียลเน็ตเวิร์ค 2010 'เรียลไทม์' มาแรงแซงทุกโค้ง

 
เมื่อ “อินเทอร์เน็ต” กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยประโยชน์ในการติดต่อและเชื่อมโยงข้อมูลทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินเทอร์เน็ตจะถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ ในทางที่ผิด ขณะเดียวกัน ยังทำให้เกิดกระแส “โซเชียลเน็ตเวิร์คกิ้ง” (Social Networking) ฟีเวอร์ ทั้ง ไฮไฟว์ (Hi5) , มายสเปซ (MySpace) , เฟซบุ๊ค (Facebook) , ทวิตเตอร์ (Twitter) และ มัลติพลาย (Multiply) ที่เรียกว่าชิทแชทกันทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กระดับประถมถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน ด้วยจุดเด่นในการสื่อสารที่สะดวกสบายและฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ทำให้สังคมออนไลน์ดังกล่าวที่กล่าวข้างต้นได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก แต่สังคมออนไลน์ภายในปี 2552 ที่โดดเด่นและได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ทั้งยังมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก คงหนีไม่พ้น 2 สังคมออนไลน์ชื่อดังอย่างเฟชบุ๊คและทวิตเตอร์
เว็บไซต์ “เฟซบุ๊ค” (www.facebook.com) ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เพื่อใช้งานเฉพาะนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยฯ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2004 และขยายไปยังผู้ใช้ทั่วโลกเมื่อ 11 ก.ย. 2006 ด้วยรูปแบบและการใช้คล้ายกับไฮไฟว์ ให้เหล่าสมาชิกได้โพสต์ภาพถ่าย แสดงความคิดเห็น หรือเลือกเล่นสารพัดเกมได้ตามใจชอบ

ส่วน “ทวิตเตอร์” (www.twitter.com) เปิดให้บริการเมื่อ มี.ค. 2006 โดยบริษัท Obvious Corp สัญชาติอเมริกัน ด้วยการส่งข้อความที่ยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบ่งบอกสถานะหรือสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำ เสมือนการส่งเสียงร้องของนก เพื่อแจ้งข่าวสารแก่ผู้อื่นที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของคุณ
จากจุดเด่นของคอนเทนต์ (Content) ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นมนต์เสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดความสนใจ ชวนให้หลงใหลและติดตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เสมือนเป็นหนึ่งในภารกิจประจำวันที่ต้องดำเนิน จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ในประเทศไทยจะเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง โดยขณะนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊คทั่วโลกกว่า 350 ล้านราย แบ่งเป็นชาวไทยประมาณ 1.6 ล้านคน ส่วนจำนวนสมาชิกชาวทวิตเตอร์ในไทยนั้น คาดว่ามีทั้งสิ้นเพียง 3-4 หมื่นราย ขณะที่ ยอดผู้ใช้ทั่วโลกอยู่ที่ 18 ล้านคน

 

กระแสความนิยมและแนวโน้มการเติบโตที่ยังคงเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการหลากธุรกิจหันมาจับกระแสดังกล่าว พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของตน บ้างใช้เป็นช่องทางการทำตลาดหรือประชาสัมพันธ์ บ้างก็นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอย่างจริงจัง จนทำให้แนวโน้มในปี 2010 มีความเป็นไปได้มาก ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คกิ้งชื่อดังเหล่านี้ จะถูกนำเสนอด้วยรูปแบบเรียลไทม์ (Real Time) อย่างแท้จริง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างทันท่วงที ท่ามกลางความพร้อมของอุปกรณ์การสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เน็ตบุ๊ค หรือแม้แต่โทรศัพท์เคลื่อนที่ และเทคโนโลยีเครือข่ายระบบ 3G ที่แม้ในวันนี้ประชาชนไทยจะยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่าง 3G อย่างแท้จริง แต่ต้องยอมรับว่า กระแสการตอบรับเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่า ไม่ว่าจะหยิบจับอุปกรณ์อะไร ก็จะต้องเห็นสัญลักษณ์ F และ T ปรากฏอยู่ร่ำไป

หากกล่าว ว่ากระแสเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ฟีเวอร์ เป็นกระแสต่อเนื่องก็คงจะไม่ผิดนัก ในเมื่อสังคมและโลกยังคงหมุนไปไม่สิ้นสุด เทคโนโลยีก็ถูกพัฒนาให้ทันสมัยและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อย่าง ครบถ้วนและครอบคลุม แม้วันนี้ เราจะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผู้อื่นผ่านสังคมออนไลน์ได้ตามใจนึก แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ แต่ละคนอาจมีดาวเทียมคอยจับสัญญาณและรายงานความเคลื่อนไหวได้ประหนึ่งถูก ถ่ายทอดสด ดังตาเห็น

http://www.thairath.co.th/content/tech/55748

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809/wordcamp-bangkok-2009-pool-party